ScrewScreen


Screw Screen 
เครื่องดักขยะแบบสกรู


  

เครื่องดักขยะแบบสกรูนี้ มักจะถูกนำไปใช้ในส่วนของการบำบัดขั้นต้นเพื่อแยกของแข็งและกากที่ค่อนข้างเล็กออกจาก น้ำเสีย เช่น การดักแยกเศษกากเคมี พลาสติก เศษอาหารต่างๆ ที่ทิ้งมาจากขบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม หรือ ใช้แยกกากสิ่งปฏิกูลในระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น การตักขยะจะใช้สกรูรองด้วยพร้อมตะแกรงดักขยะที่จุ่มลงขวางลำน้ำและหมุนตักขยะขึ้นมาอย่างต่อเนื่องขึ้นมาด้านบน เมื่อขยะถูกตักขึ้นมาแล้วจะถูกส่งต่อมายังส่วนต่อไป เช่น ถังเก็บขยะ หรือ ระบบลำเลียง เป็นต้น


รูปแบบและการติดตั้ง




แสดงลักษณะโดยทั่วไป

เครื่องจักรนี้มีรูปแบบเป็นโครงสร้างรางทรงกระบอก โดยมีสกรูลำเลียงติดตั้งอยู่ภายในรางตลอดความยาว โดยส่วนล่างที่ใช้ขวางลำน้ำมีลักษณะเป็นตะแกรงเพื่อดักเศษขยะที่ผ่านมา ขนาดการตักขยะจะกำหนดจากขนาดช่องเปิดของขอตัก (Opening) อยู่ระหว่าง 3 มม. ถึง 6 มม. หรือตามแต่ข้อกำหนดของผู้ผลิต ต้นกำลังเป็นชุดขับแบบเกียร์มอเตอร์ประกอบอยู่ด้านบนโดยทั่วไปขนาดกำลังไฟฟ้าที่ใช้สำหรับชุดขับจะเริ่มต้นที่ 0.55 kW สำหรับเครื่องจักรหน้ากว้าง 300 มม. ที่บ่อน้ำลึกไม่เกิน 3 ม.หรือใกล้เคียง และกำลังที่ต้องการจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดของเครื่องตามคำแนะนำของผู้ผลิต ลักษณะการติดตั้งจะติดขวางลำรางน้ำเสียซึ่งหย่อนลงมาในแนวตั้งและเมื่อติดตั้งตัวเครื่องจะเอียงรับน้ำอยู่ที่มุม 30 หรือ 45 องศากับพื้นบ่อ และเครื่องจะถูกประคองโดยขารับที่ติดอยู่ข้างโครงเครื่องจักร


องค์ประกอบของเครื่องจักร

 
Model : SS-200 T 			Model : SS-500 T

a) โครงเครื่อง (Main Frame) มีลักษณะเป็นโครงสร้างแบบรางทรงกระบอกและภายในเป็นพื้นที่ว่างสำหรับติดตั้งสกรูลำเลียงตลอดความยาวของเครื่อง โครงของเครื่องสามารถแบ่งการทำงานได้เป็นสองส่วน ได้แก่ ส่วนดักขยะ (Screen Zone) และส่วนลำเลียงขยะ (Conveying Zone) โดยปกติโครงเครื่องทำจากสแตนเลสแบบ SUS304

b) ส่วนดักขยะ (Screen Zone) เป็นส่วนสำคัญในการดักขยะ โดยส่วนประกอบนี้จะมีลักษณะเป็นตะแกรงวางเอียงลงขวางลำน้ำในราง มีสกรูวางรองอยู่เพื่อดึงขยะที่ติดอยู่หน้าตะแกรงขึ้นไปยังส่วนลำเลียง (Conveying Zone) ส่วนดักขยะนี้จะเป็นส่วนที่กำหนดขนาดการดักขยะ ขนาดการดักขยะจะกำหนดจากขนาดช่องเปิดของขอตัก (Opening) อยู่ระหว่าง 3 มม. ถึง 6 มม. หรือตามแต่ข้อกำหนดของผู้ผลิต โดยปกติตะแกรงส่วนดักขยะทำจากสแตนเลสแบบ SUS304 และสกรูที่ใช้สำหรับดึงขยะขึ้นมีขนาดตั้งแต่ 200 มม. ไปจนถึงประมาณ 750 มม. ขึ้นอยู่กับขนาดการดักขยะและทำจากเหล็กแบบ SS400

c) ส่วนลำเลียงขยะ (Conveying Zone) ส่วนนี้จะลำเลียงขยะหรือของแข็งที่ดักขึ้นมาได้จากส่วนดักขยะ ไปยังถังขยะหรือระบบลำเลียงอื่นๆต่อไป ด้านบนของส่วนลำเลียงนี้จะมีตะแกรงแบบละเอียดเพื่อระบายน้ำที่ปนมากับขยะให้ออกไปส่วนหนึ่งก่อนจะถูกส่งไปยังช่องทิ้งขยะ (Discharge Chute) โดยปกติส่วนรางของลำเลียงนี้ทำจากสแตนเลสแบบ SUS304 และสกรูที่ใช้สำหรับลำเลียงจะมีขนาดเท่ากับหรือเล็กกว่าขนาดสกรูของส่วนดักขยะ ขึ้นอยู่กับขนาดการดักขยะและทำจากเหล็กแบบ SS400

d) ช่องทิ้งขยะ (Discharge Chute) ช่องทิ้งขยะจะเป็นส่วนประกอบที่ต่อเนื่องมาจากส่วนลำเลียง โดยช่องทิ้งขยะจะถูกออกแบบให้มีขนาดเท่ากันกับขนาดของรางลำเลียงและติดตั้งอยู่ทางด้านบน ช่องทิ้งขยะนี้มักทำมาจากสแตนเลสแบบ SUS304

e) ชุดขับ (Drive Unit) ชุดขับจะติดตั้งอยู่ด้านบนของเครื่อง สำหรับเป็นต้นกำลังในการขับสายพานตักขยะ ชุดขับเป็นแบบหมุนคงที่ (Fix Speed) รอบการหมุนของชุดขับควรเลือกไว้ที่ประมาณ 5-14 รอบต่อนาที ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องจักรและเป็นแบบหน้าจานสวมติดกับเพลาสกรู (Flange Mount and Hollow Shaft Type) โดยทั่วไปขนาดกำลังไฟฟ้าที่ใช้สำหรับชุดขับจะเป็นแบบ 380 V / 50 Hz / 3 ph และมีกำลังขับเริ่มต้นที่ 0.55 kW สำหรับเครื่องจักรหน้ากว้าง 300 มม. ที่บ่อน้ำลึกไม่เกิน 3 ม.หรือใกล้เคียง และกำลังที่ต้องการจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามขนาดของเครื่องหรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต

f) ตู้ควบคุมเครื่องจักร (Control Panel) จะกล่าวถึงการควบคุมโดยทั่วไป การควบคุมเครื่องจักรสามารถทำได้ 2 แบบ ได้แก่ แบบแมนนวล (Manual) และแบบอัตโนมัติ โดยแบบ Manual ผู้ใช้งานสามารถเปิดปิดเครื่องได้ตามที่ต้องการ ส่วนแบบอัตโนมัติสามารถเลือกใช้ได้อีก 2 แบบ ได้แก่ แบบอัตโนมัติโดยการตั้งเวลาเปิด-ปิด (Timer) เครื่องจักรจะเปิด-ปิดเครื่องตามที่ผู้ใช้งานตั้งเวลาไว้ และแบบเปิด-ปิดโดยใช้อุปกรณ์ตรวจจับความแตกต่างของระดับน้ำ (Pressure Differential Switch) กล่าวคือถ้าด้านหน้ามีขยะติดมาก ระดับน้ำจะสูงกว่าด้านหลังเครื่องจนถึงระดับค่าแตกต่างที่ตั้งไว้ อุปกรณ์จะส่งสัญญาณให้เดินเครื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งและจะหยุดเดินเครื่องเอง ค่าความแตกต่างที่มักจะเลือกใช้อยู่ที่ 0.10 ถึง 0.15 เมตรน้ำหรือใกล้เคียง


หลักการเลือกขนาดเครื่องจักร

การเลือกใช้และประเมินหาขนาดเครื่องจักรชนิดนี้ ผู้เลือกควรจะต้องทราบข้อมูลเบื้องต้นเพื่อใช้หาขนาดที่เหมาะสมดัง รายละเอียดข้างล่างนีี้้

a. ความดันตกหลังผ่านเครื่อง (Pressure Drop, Pd) : ค่าที่จะบอกว่าขนาดเครื่องที่เลือกว่าเหมาะสมหรือไม่ เช่น เมื่อปล่อยน้ำผ่านเครื่องที่ปริมาณการไหลหนึ่งๆ ระดับด้านหน้าจะสูงกว่าด้านหลังอยู่กี่เมตรน้ำ ซึ่งโดยทั่วไปผู้ผลิตจะกำหนดค่าความดันตกไว้ เช่น ไม่เกิน 0.05 ถึง 0.5 เมตรน้ำ ขึ้นอยู่กับรุ่นและแบบของเครื่องจักร


b. สามารถแสดงเป็นความสัมพันธ์ ได้แก่


Pd α Q, 1/S, V, 1/W, K Pd = V2 x K1 / K2 V = Q / (W x D) Pd = ความดันตกหลังผ่านเครื่อง (ม. น้ำ) Q = อัตราการไหล (ลบ.ม./ชั่วโมง) V = ความเร็วของการไหล (ม./วินาที) W = ความกว้างของร่องน้ำ (ม.) D = ระดับน้ำลึกที่ไหลผ่านเครื่อง (ม.) S = ขนาดช่องเปิดของตะแกรง (Slot Opening, มม.) เลือกใช้ระหว่าง 1 ถึง 6 มม. K1 = ค่าคงที่ทางกลจากมุมติดตั้งเครื่อง (ตามกราฟ แสดงความสัมพันธ์ในรูปต่อไป) K2 = ค่าคงที่ทางกลจากขนาดช่องเปิด (ตามกราฟ แสดงความสัมพันธ์ในรูปต่อไป)

c. ตัวอย่างการคำนวณ : ถ้ามีน้ำเสียที่ต้องการตักแยกขยะออกมาที่ (Q) 80 ลบ.ม./ชม. โดยไหลผ่านมายังร่องน้ำหน้ากว้าง (W) 0.30 ม. ที่ระดับความลึก (D) 0.1 ม. และต้องการ u3619 .ตักขยะที่ใหญ่กว่า (S) 3 มม. ท่านควรเลือกใช้เครื่องตักขยะขนาดเท่าใด สามารถคำนวณหาได้โดย


Pd = V2 x K1 / K2 โดยที่ Q = 80 ลบ.ม./ชม. V = Q / (W x D) / 3,600 = 80 / (0.30 x 0.20) / 3,600 ~ 0.37 ม./วินาที Pd = 0.372 x 0.95 / 1.1 = 0.11 m ซึ่งเครื่องสามารถรับแรงได้

ดังนั้นสามารถเลือกใช้เครื่องที่ขนาดหน้ากว้าง 0.3 เมตร ที่ขนาดช่องเปิด 3 มม. ติดตั้งเอียง 45 องศา จากพื้น ซึ่งความสูงของเครื่องต้องดูจากพื้นที่ติดตั้งของร่องรางน้ำจริง